2009/Aug/31

 

16/08

รู้สึกตัวอีกทีก็นู่นน จะเก้าโมงกว่าแล้ว เลยให้วินวินไปอาบน้ำก่อนเลย ส่วนเราก็ยังแอบนอนต่อด้วยความขี้เกียจ แสนเลิฟ โทรมาเช็คสถานะว่ายังไม่ตาย ระหว่างรอวินวินอาบน้ำก็เก็บสมบัติเยอะแยะไปหมด ไม่รู้จะขนอะไรมานักหนาเหมืนกัน เสื้อผ้านี่เพียบ ไอ้ที่ยังไม่ได้ใส่ก็หลายชุด ไม่รู้จะขนมาทำไมมากมาย คิดไปคิดมา ตอนขนมาก็ไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้ตอนมาถึงเนี่ย จะเอาออกมาจากกระเป๋าทั้งหมดทำไมก็ไม่เข้าใจ ทำเป็นมาอยู่ซะเป็นเดือน บ่นไปก็เก็บไป จนวินวินอาบน้ำเสร็จก็ทะยอยเก็บจนเสร็จ สมบัติเยอะจริงๆ ทั้งปลั๊กไฟ ไดร์เป่าผม หนังสือสามสี่เล่ม ฯลฯ รีบเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะลงไปทานอาหารเช้าเหมือนอย่างเคย

 

มื้อเช้าเสร็จเรียบร้อย พร้อมกระเป๋าสัมภาระทั้งหมดถูกลากลงมากองไว้ นักท่องเที่ยวหลายห้อง ก็ลากกระเป๋าของตัวเองมาไว้เช่นกัน  อาหารเช้าวันนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับมื้ออื่นๆที่ผ่านมา จะมีที่เปลี่ยนไปแต่ไม่แปลกใจเท่าไหร่ก็คือ ข้าวผัดไข่กะแฮม ซึ่งก็เป็นอย่างที่คาดไว้ไม่ผิด จัดแจงอาหารเช้าและ check out เรียบร้อย  แสนเลิฟ และวินวิน ก็ลากกระเป๋าออกไป ส่วนตัวเราก็ฝากกระเป๋าไว้ที่เคาท์เตอร์ เพราะโปรแกรมยังไม่จบ 

 

นั่งรถแดงเหมือนอย่างเคยไปช้อปปิ้งกันที่กาดวโรรส แหล่งรวมของฝากมากมายของเมืองเชียงใหม่ วินวินซื้อของอย่างสนุกมือ ส่วนคุณนายแสนเลิฟของเราไม่ซื้ออะไรซักอย่างเดียว ส่วนตัวเราเอง ก็ยังไม่ได้ซื้ออะไร เดินไปเดินมา นั่นนี่นู่นไม่จบซักที เลยรีบส่งเพื่อนๆขึ้นรถสองแถวแดง เพื่อไปยังขนส่งอาเขต เพราะนี่ก็ใกล้เวลาที่รถทัวร์จะออกแล้ว หลังจากนั้น เราจึงเดินช้อปปิ้งคนเดียวเพลินๆ รู้ตัวอีกทีของเต็มมือหมดแล้ว ซื้อแคปหมูจนป้าเจ้าของร้านแทบจะปิดร้านกลับบ้านได้เลย ประมาณว่าวันนี้ไม่ต้องขายแล้ว เอาง่ายๆว่า ค่าของฝากวันเดียวนี่มากกว่าค่ากินอยู่เชียงใหม่สามวันซะอีก - -" ปลง

 

ช้อปเสร็จเอาของกลับมาเก็บที่โรงแรม ฝากไว้หลังเคาท์เตอร์เช่นเคย ซื้อของจนคนมองว่า เอ่ออ อีนี่จะซื้อไปขายทำกำไรรึยังไง ..... จัดแจงของเรียบร้อย เริ่มเดินทางไปยังที่หมายต่อไป สวนสัตว์เชียงใหม่ ที่ที่ใครหลายคนถามเราก่อนมาเชียงใหม่ว่า จะไปหรือเปล่า เราก็ตอบโดยไม่คิดเลยว่า หึ....ไม่ไปหรอก

 

ค่ารถยี่สิบบาทไม่ขาดไม่เกิน จากประตูท่าแพไปถึงสวนสัตว์เชียงใหม่ ซื้อตั๋วเข้าสวนสัตว์ คนขายตั๋วถามว่าดูหมีแพนด้าไหม เราก็ตอบว่า ม่ายอาวว อ่ะ (ทำเสียงแบ๊วสุดๆ) แล้วก็รีบเดินเข้าไปในสวนสัตว์

 

ภายในสวนสัตว์ มีสัตว์มากมาย (ก็สวนสัตว์นี่หว่าาาา)  เราก็เดินถ่ายรูปนั่นนี่นู่นไปตลอดทาง แดดร้อนมากกก สวนสัตว์ค่อนข้างกว้างมากเลยทีเดียวเชียว  เราว่าที่นี่เค้าดูแลสัตว์ดีอ่ะ ดูสัตว์ร่าเริงดี ต้อนรับคนมาเที่ยวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม (คิดว่านะ) เดินดูตั้งแต่ นกฟลามิงโก้ ลิง สิงโต ช้าง ชะนี แรด นก สัตว์แปลกๆจากต่างประเทศอีกมากมาย สุดท้ายท้ายสุดก็มาจบที่ส่วนของหมาแพนดี้ หมีแพนด้า ลังเล ลังเล จะไม่เข้าไป แต่ไหนๆมาแล้วเพื่อไม่ให้เสียเที่ยว ก็ยอมจ่ายอีก ห้าสิบบาท เข้าไปดูช่วงช่วง เข้าไปก็ไม่ผิดหวังนะ ช่วงช่วง น่ารักดี เดินไปเดินมาตัวอ้วนจ้ำม่ำ น่าจับมากอดๆๆๆๆซะให้เข็ด ช่วงที่เราไปมีโปรโมชั่นพิเศษ ได้ดูหลินปิง ฟรีด้วย แต่ต้องรอรอบ และเวลา ซึ่งตอนที่ไปดูนี่ก็เกือบจะบ่ายสามโมงแล้ว เค้าให้ดูหลินปิงตอนสามโมงครึ่ง เราก็เลยว่าโชคดีจัง ไปแลกบัตรเข้าดูหลินปิง แล้วไปยืนเตร่ๆ อยู่หน้าทางเข้า เจ้าหน้าที่ออกมาประกาศว่า จะให้ดูตอนสามโมงครึ่ง ไม่ต้องมารอตรงนี้ก็ได้ ไปเดินดูนั่นนี่นู่น บริเวณนี้ก่อน เราก็เลยไปดูๆ อูฐ กะ สิงโต แล้วก็เบื่อๆ ก็เลยมาเกร่ๆอยู่ด้านหน้าอีก พอดีว่ามีนักท่องเที่ยวเริ่มมาเข้าแถวจับจองพื้นที่บ้างอะไรบ้าง เราก็เลยเข้าไปยืนรอ เจ้าหน้าที่ก็ยังออกมาประกาศว่าไม่ต้องมาต่อแถวรอก็ได้ แต่ถ้าใครอยากรอเค้าก็ไม่ห้ามนะ แต่อย่าขวางทางเข้าบ้านหมีแพนด้า แค่นั้น ให้ต่อแถวให้เป็นระเบียบ เราก็อื่มๆๆ หันหลังไปอีกที นู่นนน แถวยาวมากกกกก พอสามโมงครึ่ง ก็ปล่อยให้เข้าไปข้างใน ทีแรกเจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่ต้องรีบร้อนนะ ดูให้เต็มที่ ถ่ายรูปถ่ายอะไรได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ แต่พอเอาเข้าจริง เจ้าหน้าที่ประกาศว่าอย่าถ่ายรูปเลยนะ ให้รีบดูรีบไป เพราะแถวยาวมาก เห็นใจคนข้างหลังหน่อย ซึ่งก็ดีนะ ทุกคนก็รีบดูแล้วก็รีบไป ไม่มีใครโวยวายเวิ่นเว้อ อะไรมากมาย พอออกมาข้างนอกแล้วจะเป็นลม แถวยาวมากกก ประมาณว่าน่าจะยาวไปถึง aquarium บนเขากันเลยทีเดียวเชียว ซึ่งเราก็คิดว่าโชคดีเป็นของเราแล้ว ที่ต่อแถวไว้ตั้งแต่ตอนแรก

 

เหนื่อยจากสวนสัตว์เชียงใหม่แล้ว ใช่ว่าโปรแกรมจะหยุดเพียงเท่านี้ มาเชียงใหม่ทั้งทีถ้าไม่ได้อยู่เดินถนนคนเดินคงแปลกๆ เรียกรถจากสวนสัตว์กลับไปที่ประตูท่าแพ เริ่มต้นเดินดูของช้อปปิ้งนั่นนี่นู่น ได้ไม่นาน ฝนก็เริ่มตก เริ่มจากตกเบาๆ ก็หนักเม็ดขึ้นเรื่อยๆ จนเราเดินไปถึง อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ฝนก็ตกหนักมากก ทำให้การช้อปปิ้งต้องหยุดลง พอฝนซา ก็ออกมาเดินใหม่ คนขายก็เริ่มขายกัน เดินกันได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดี ฝนก็ตกอีก ตกๆหยุดๆ อย่างงี้หลายครั้งมาก แต่ก็ไม่ละความพยายาม เดินไปจนหาซื้อลูกชิ้นปิ้งร้านย้งทัวร์จนสำเร็จจนได้ หลังจากนั้นฝนก็ตกแรงจนฉุดไม่อยู่แล้ว มองไปทางดอยสุเทพจะเห็นได้เลยว่า ฝนอยู่บนเขาอีกเพียบ รอให้มาตกในเมือง  จนหกโมงกว่าเราก็เริ่มไม่ไหว เลยฝ่าสายฝน กลับไปยังโรงแรมเพื่อเตรียมตัวไปขึ้นรถที่ขนส่งอาเขต

 

ลากสมบัติมากมายทั้งของฝากและของตัว (ของฝากนี่เยอะกว่าของตัวอีก) ขึ้นรถสองแถวแดงไปยังขนส่งอาเขต ถึงประมาณจะทุ่มนึงแล้ว รถออกทุ่มครึ่งก็กำลังดี รู้สึกเหมือนจะไม่สบาย ไทลินอลช่วยด้วย จึงกินเข้าไปสองเม็ด พอได้เวลาขึ้นรถ ช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ ข้างๆเราไม่มีคนนั่ง ซื้อตั๋วหนึ่งได้ถึงสอง เราจึงหลับสบายจนถึงกรุงเทพ

 

ถึงกรุงเทพประมาณตีห้า ขับรถไปทำงานต่อด้วยความฟิต แวะอาบน้ำที่บ้านพี่ที่รู้จักใกล้ๆออฟฟิศ ทำให้วันนั้นกลายเป็นวันที่ไปทำงานเช้ามากๆๆ ด้วยความสวัสดี

2009/Aug/31

 

15/08/09

 

นัดกันกิน breakfast ตอน 8 โมง แต่กว่าจะลงกันมาก็โน่นนน เกือบเก้าโมงกว่าๆแล้ว ลืมเล่าให้ฟังว่าอาหารเช้าที่นี่จะเป็นขนมปังเป็นหลัก แล้วไข่เค้าก็ให้เราทำเอง คือมีไข่ดิบให้ มีกระทะ แล้วก็มีน้ำร้อน ใครจะลวกจะต้ม จะทอด หรืออะไรก็สุดใจปรารถนา วันแรกเราก็โชว์ฝีมือทำไข่คนให้วินวินกิน วันนี้วินวินก็เลยลงมือทำเอง (แทนที่จะทำให้กิน - -") รีบกินรีบเที่ยวเพราะเวลาวารีไม่เคยรอใคร วันนี้เราจะตะลุยเวียงกุมกามเมืองเก่าใต้พิภพ เค้าว่ากันว่าเป็นเมืองที่ก่อตั้งขึ้นก่อนเชียงใหม่ซะอีกนะเนี่ย

 

เดินทางถึงเวียงกุมกาม ก็ผิดหวังนิดหน่อยไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ - -  แต่ก็ยังดีนะ 555+  เค้ามีรถม้าพร้อมนำทางเที่ยวชมเวียงกุมกาม โดยที่คนขับ(ขี่) รถม้าจะเป็นคนบรรยายตลอดทางว่าอะไรเป็นยังไง ประวัติความเป็นมาเป็นยังไง โดยทั่วไปเค้าจะใช้เวลากันประมาณ 45 นาที รอบเมือง แต่พวกเรานี่เอ่อออ  ใช้เกินอย่างไม่ต้องพูดถึง  ด้วยความที่แต่ละที่จะแวะลงไปชมมากไม่ได้ และส่วนใหญ่จะเป็นการนั่งรถชม รูปเวียงกุมกามจึงออกมาน้อยมาก(นี่ขนาดน้อยแล้ว) ส่วนใหญ่จะเป็น vdo ซะมากกว่า แต่ก็ดีนะ จะได้ได้ความรู้กันไปด้วย

     

จบจากเวียงกุมกามก็เที่ยงพอดิบพอดี คำถามเกิดขึ้นอีกแล้วว่า เที่ยงนี้จะกินอะไรกันดี.... ตามโปรแกรมที่วางไว้ กะว่าจะพาเพื่อนๆไปกินข้ามันไก่ร้านดัง เกียรติโอชา เพราะว่าอยู่บริเวณที่เราจะไปเที่ยวกันต่อไปพอดี แต่หลังจากคุยกันแล้ว วินวิน บอกว่าถ้ากินแล้วไม่อร่อยกว่าข้าวมันไก่แถวบ้านมันเราโดนด่าเละแน่ จึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนกันกลางอากาศ ไปกินอาหารเหนือที่ร้าน เฮือนเพ็ญ ซึ่งก็ดังไม่แพ้กัน และที่สำคัญไม่โดนด่าแน่ๆ555+  เพื่อนๆถึงได้ยิ้มออกกันมาหน่อย เพราะมาเชียงใหม่ทั้งทีไปกินข้าวมันไก่ดูจะไม่ make sense เท่าไหร่ เน้อออ

 

อาหารร้านเฮือนเพ็ญอร่อยอย่างที่ใจคิด อร่อยจริงๆนะ ขอบอก ร้านจะอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่พอดีเลย ถ้าจะไปกินก็บอกรถแดงได้เลย รับรองรู้จักทุกคัน แกงฮังเล ยำไก่ ตำขนุน ไส้อั่ว ขนมจีนน้ำเงี้ยว น้ำพริกอ่อง แหนมซี่โครงหมูทอด และข้าวเหนียวอีกสอง ถูกสั่งและเสริฟมาอย่างรวดเร็ว แต่โชคไม่ดีที่ขนุนหมด เลยอดกินตำขนุนเอยอ่ะ - -" จะบอกว่าเป็นอะไรที่อยากกินที่สุดแล้วอ่ะ อ้อนวอนเท่าไหร่ก็ไม่ได้กิน  .... อาหารรอบแรกถูกกิน(ไม่น่าเรียกว่ากิน - -" ด้วยอาการทั้งหลายทั้งปวง) อย่างรวดเร็ว รอบสองจึงตามมาติดๆ แกงฮังเลถูกสั่งเพิ่มอีก ยำไก่ด้วย แต่รอบนี้มี แกงแค เพิ่มมาอีก ถูกปากทั้งนั้น เรายอมตัดใจเลยนะว่า อ้วนก็อ้วนวะไม่สนแล้ว กินแกงฮังเล อย่างอร่อยที่สุดในโลก หมูสามชั้นเป็นอะไรที่นุ่มละลายในปากมากกก ไม่มีความเหนียวให้รำคาญใจ พอวางบนลิ้นนี่แทบไม่ต้องเคี้ยวให้เหนื่อยเลยอ่ะ ทำปฏิกิริยากับน้ำลายในปากแล้วไหลลงคอไปได้เลย น้ำแกงก็อร่อย ไม่รู้จะอร่อยยังไงแล้ว บอกได้คำเดียวว่าอร่อยมาก  ไส้อั่วก็กลมกล่อม ยำไก่ก็หอมอร่อย น้ำพริกอ่องก็เล่นเอาเคลิ้ม ยิ่งแกงแค่นะ โหหหห ซดน้ำแกงแล้วอยากตายอยู่ตรงนั้นเลยทีเดียวเชียว นึกถึงแล้วหิวอาหารเหนือขึ้นมาทันตาเห็น

 

 

หลังจากที่กินกันจนจะล้นออกมาจากปาก ก็ได้เวลาเที่ยวไทยครึกครื้นให้เศรษฐกิจไทยคึกคักกันอีกสักรอบ คราวนี้เป็น city tour เมืองเชียงใหม่ จะบอกว่า แดดวันนี้ร้อนมาก แสบไปทั้งตัว ตอนแรกกะว่าจะเดินจากร้านเฮือนเพ็ญไปที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ แล้วจะรีบเข้าไปหอศิลป์ฯเพราะกลัวจะปิดซะก่อน แต่ด้วยความที่แดดร้อน เลยตกลงกันว่าถ้ารถแดงสิบบาทจะไปไหม คราวนี้ไม่มีใครลังเลงตอบอย่างไม่คิดเลยว่า "ไป" แล้วก็ได้อย่างใจต้องการจริงๆ สิบบาทพอดี คือว่า ถ้าเกินสิบบาทนี่คือขูดรีดกันแล้วแหระ ถ้าใครเคยไปจะรู้ว่ามันไม่ไกลกันเลยยยย  ถึงวัดพระสิงห์ก็เข้าไปไหว้พระขอพร จากนั้นก็ออกมาถ่ายรูปกันทุกซอกทุกมุมของวัด หลังจากนั้นก็ไปต่อกันที่ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ก็สักการะเพื่อเป็นสิริมงคล แล้วก็เข้าไปหลบร้อนดูประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่ที่หอศิลปะวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ เดินชิลด์ๆ เก๋ๆ กันข้างในไม่ทันไร มีทัวร์กลุ่มใหญ่มาลง ทำให้เราต้องรีบเดินจ้ำอ้าวกันสุดลิ่มทิ่มประตู เพื่อจะหลบความวุ่นวายของทัวร์ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่อาจพ้นได้ ใช้เวลากันค่อนข้างนานกว่าจะออกมาก็เกือบบ่ายสามแล้ว จะเอายังไงกันดี เพราะตอนเย็นมีธุระต้องไปทำอีก.... ดูท่าคงจะไม่ครบอย่างที่ตั้งใจไว้ คงต้องเลือกแล้วว่าจะเอายังไง มีวีนๆเหวี่ยงๆกันตามประสา สรุปจบที่วัดเจดีย์หลวง และวัดพันเตาที่อยู่ติดกัน ซึ่งตอนแรกตั้งใจว่าจะไปวัดเชียงมั่น แต่เวลามีน้อย เลยไปทางนี้ดีกว่า ได้สองวัดเลย ไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างเคย แล้วก็ตะลุยยิงชัตเตอร์กันอย่างเมามัน กว่าจะรู้ตัวก็เกือบห้าโมงที่วัดเจดีย์หลวงแล้ว หลังจากชื่นชมความงดงามของวัดต่างๆในเชียงใหม่กันพอตัวก็ได้เวลาเดินทางกลับที่พัก  ตอนเย็นแดดร่มลมตก เลยตัดสินใจเดินกลับโรงแรมซึ่งก็ไม่ไกล ถึงโรงแรมก็หกโมงกว่าแล้ว เง้อออ

  

  

 

 

ซึ่งเย็นนี้เรามีนัดกับ Butterfly Resort เพื่อจะไป join ปาร์ตี้ ที่ทาง KTC เตรียมไว้ให้เรา แต่กว่าจะมาถึง อาบน้ำแต่งตัวนั่นนี่นู่น นู่นนี่นั่น อะไรกันเสร็จก็เกือบหนึ่งทุ่มแล้ว แล้วกว่าจะเดินทางไปถึง Butterfly Resort ก็หลงกันไปหลายตลบ ก็ปาเข้าไป ทุ่มครึ่ง ปาร์ตี้เล็กๆเริ่มไปแล้ว จริงๆแล้วไม่น่าใช่ปาร์ตี้ แต่เป็นเหมือนบุฟเฟต์กลางแจ้ง พร้อมชมการแสดงมากกว่า โชคยังดีที่การแสดงยังไม่เริ่ม  เราจึงมีเวลาไปเดินสำรวจอาหาร ตักอาหารมาทานกัน มารู้ทีหลังว่า วันนี้เป็นอาหารอินเดีย และอาหารเหนือ รวมๆกัน ทางคุณหมูพนักงานสุดน่ารักบอกเราว่า วันนี้เป็นการเปิดตัวอาหารอินเดียหลายๆเมนูเช่น ยำlady finger ซึ่งคือกระเจี๊ยบสด แล้วต้มอะไรซักอย่างจำไม่ได้ แต่ที่จำได้อย่างแม่นยำคือขนมหวานของคืนนี้ จะบอกว่าอร่อยอย่างแรง ถึงแม้วินวินกับแสนเลิฟจะบอกว่าหวานมาก ซึ่งก็หวานจริงๆแต่ด้วยความที่เป็นคนชอบอยู่แล้วจึงกินอย่างเอร็ดโดยตัดใจว่า เออ อ้วนก็อ้วนวะ ซึ่งขนมนั้นคือ กุหลาบจามุน เป็นแป้งซักอย่างผสมน้ำตาลแล้วก็นมข้นหวานแล้วใส่อยู่ในน้ำเชื่อม เขาบอกว่าใช้เวลาทำกว่าห้าชั่วโมงเชียวนะ

 

กลับมาที่การแสดง เป็นการแสดงจากน้องในชุมชมบริเวณนี้ซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของผู้ใหญ่ใจดีเพื่อสอนศิลปวัฒนธรรมของชาวเหนือเช่น การตีกลองสะบัดชัย การฟ้อนเทียน ฟ้อนดาบ ฯลฯ เด็กๆทุกคนแสดงได้อย่างน่าดูชม

 

กลับถึงโรงแรมก็สี่ทุ่มกว่าๆแล้ว แต่โปรแกรมคืนนี้ยังไม่จบ ร้าน warm up เป็นที่หมายต่อไป อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว สอบถามสมาชิกว่าใครจะไปบ้าง คุณนายแสนเลิฟของเราขอบาย เหลือแต่วินวิน ที่ยังลังเล แต่สุดท้ายก็ตกลงไปท่องราตรีกันที่ warm up ซึ่งว่ากันว่า ถ้ามาเชียงใหม่แล้วไม่ได้ไป warm up นี่ มาไม่ถึงนะ.....

 

นั่งรถแดงไปลงที่ถนนนิมมานเหมินท์หน้าร้าน warm up พอดิบพอดี เข้าไปในร้าน โอ้ววว ละลานตา สมคำร่ำลือจริงๆ หนุ่มหล่อสาวสวยเพียบ

แต่แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่า ไม่ค่อยสนุกเลย อาจเพราะมากันแค่สองคนมั้ง แต่ด้วยความที่เราเลิกเที่ยวที่แบบนี้มานานมากแล้ว จึงทำให้คิดว่า เราคงไม่ชอบอะไรแบบนี้แล้วล่ะ - -"  คืนนี้ที่ร้าน warm up จึงอยู่กันแป๊บเดียว  ขากลับแทนที่จะโบกรถแดงกลับตามปกติ.....แต่ไม่..... ถ้านั่งรถกลับก็ไม่รู้จักเชียงใหม่ดีพอ จึงพากันเดินจากถนนนิมมานฯ ไปยังประตูท่าแพ ซึ่งถ้าใครเคยไปจะรู้เลยว่าไกลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

พอถึงห้องนี่ไม่อาบน้ำแล้ว นอนเลย ไม่ไหวเหนื่อยที่สุด หลับคาโน้ตบุ๊คเลยทีเดียวเชียว  เหนื่อยมาก

2009/Aug/29

13-14 /08

ออกเดินทางจาก กทม ด้วยรถทัวร์ปรับอากาศ นครชัยแอร์ เวลาประมาณ สามทุ่มครึ่ง หลับๆตื่นๆ เป็นเวลากว่า เก้าชั่วโมงครึ่ง  ก็มาถึง จ.เชียงใหม่ด้วยอาการงัวเงีย เมาขี้ตาเล็กน้อย ช่วงเวลาประมาณเกือบเจ็ดโมง ยังคง งง งง อยู่ว่าต้องทำอะไรยังไง พอเริ่มตั้งสติได้เล็กน้อยถึงปานกลาง จึงกดโทรศัพท์ไปที่โรงแรม เพื่อสอบถามรายละเอียดในการเช็คอินเข้าพัก

 

 

ทริปนี้ต้องขอบคุณทางKTC มากๆ สำหรับโครงการดีๆ คือ KTC REALTEAM VII
: ความสุขยกก๊วนที่เชียงใหม่  กับโรงแรม IMM Hotel : Thapae โรงแรมสุดฮิปใจกลางเมืองเชียงใหม่ ตรงข้ามประตูท่าแพพอดิบพอดี กับสามวันสองคืน พร้อมอาหารเช้าสองมื้อ  นอกจากนี้ต้องขอบคุณผู้ร่วมทริปดีๆอีกสองท่านคือ แสนเลิฟ และวินวิน เพื่อนสุดเลิฟทั้งคู่

     

เจ็ดโมงครึ่งกว่าๆก็ลากกระเป๋าเข้ามาถึงโรงแรม อารมณ์แรกคือ เอ่ออะ โรงแรมใหม่ไปรึเปล่า ข้างหน้ายังไม่เสร็จดีเลย แต่พอเข้าไปข้างในแล้วก็แบบว่า เอ่ออะ โรงแรมใหม่จริงๆด้วยอ่ะ จากการพูดคุยถึงได้รู้ว่าโรงแรมเพิ่งเปิดได้ สามอาทิตย์กว่าๆเท่านั้นเอง  ขณะกำลังติดต่อเช็คกลิ่นขนมปัง และไข่ดาว จาก bar grab&go ก็ลอยมาแตะจมูก หิวก็หิว ง่วงก็ง่วง อยากอาบน้ำใจจะขาด ทำยังไงดี…… อาศัยความน่ารักขอตัวเองให้เป็นประโยชน์ จึงอ้อนวอนพร้อมทำหน้าแบ๊วๆใส่ reception สาวสวยหน้าตาน่ารักจึงยอมให้เราได้กินอาหารเช้าฟรีๆอีกหนึ่งมื้อในวันที่เช็คอิน สรุปเราได้อาหารเช้าฟรีสามมื้อเลย อิอิอิอิ ขอบอกว่า IMM Hotel น่ารักมากๆๆๆๆๆ  ขอบคุณอีกครั้งครับสำหรับอาหารเช้ามื้อแรก

 

 

หลังจากเจรจาต้าอ่วยกันพอสมควร จึงขึ้นไปที่ห้องพัก ….โหหห ห้องพักใหม่แบบว่า ใหม่กว่าานี้ได้อีกรึเปล่าเนี่ยยยย  ภายในห้องก็พอเหมาะพอดีสำหรับสองคน ดูเบาๆสบายๆ ดี ผมจึงรีบอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมลงไปกินอาหาร แต่วินวิน ยังไม่ยอมอาบ (- - ) แค่ล้างหน้าแปรงฟันเท่านั้น  เราสามคนจึงลงมาทานอาหารเช้ากันอย่างเอร็ดอร่อย พออิ่มท้อง สิ่งที่ต้องรีบทำต่อไปคือ…….กลับขึ้นไปนอนเอาแรงกันอีกซักหน่อยละกันนะ เพราะเมื่อคืนบนรถไม่มีใครได้หลับเต็มที่ซักคน ….. แต่สงสัยคงจะงีบกันนานไปนิดนึง รู้สึกตัวอีกทีก็ โอ้วววว สิบโมงแล้วอ่ะ โปรแกรมเที่ยววันนี้เป็นยังไง…..ไปดูกัน

 

 

 

นั่งตุ๊กตุ๊กจากหน้าโรงแรมไปลงที่ตีนดอย บริเวณหน้าสวนสัตว์เชียงใหม่ ที่ที่เป็นคิวรถแดง ด้วยจังหวะพอดิบพอดี มีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังจะขึ้นดอยพอดี การเจรจาจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง คุยไปคุยมา ก็ join group กันเหมารถขึ้นไปเที่ยวสามที่ตามโปรแกรม หมู่บ้านม้งดอยปุย พระตำหนักภูพิงค์ฯ และพระธาตุดอยสุเทพ

  

 

บริเวณหมู่บ้านม้งดอยปุย เต็มไปด้วยรถแดงที่พานักท่องเที่ยวขึ้นมา ตอนที่ขึ้นไปถึงก็เกือบเที่ยงแล้ว แต่หมอกยังหนาอยู่เลย อากาศเย็นๆ เพราะฝนเพิ่งจะตกไป หนทางที่ขึ้นมาค่อนข้างคดเคี้ยวลำบาก โชคดีมากที่ไม่ได้เช่ารถแล้วขับขึ้นไปเอง ไม่งั้นคงกรี๊ดตายไปตั้งแต่โค้งแรก 555+  ดอกไม้บานสวยดี แต่คิดว่าถ้าหน้าหนาวคงสวยกว่านี้เยอะมากกก  ชาวบ้านส่วนใหญ่จะนั่งขายของให้นักท่องเที่ยวกัน ซึ่งของที่ขายก็จะเป็นพวก ผ้าทอมือ เครื่องเงิน ของที่ระลึกอื่นๆ

 

บนนี้เราฝากท้องมื้อกลางวันไว้ที่ข้าวซอย ขอบอกว่า อร่อยดี กินกันไปคนละชาม พอถึงเวลาที่นัดหมายกันไว้ ทุกคนก็ไปเจอกันที่รถแดง เพื่อจะลงไปเที่ยวที่พระตำหนักภูพิงค์

 

ขาลงมาที่พระตำหนักภูพิงค์อาการไม่ได้ดีขึ้นกว่าขาขึ้นเลย ของที่กินเข้าไปแทบจะไหลย้อนกลับออกมา เพราะทางคดเคี้ยวสุดฤทธิ์ พอมาถึงที่พระตำหนักก็มึนๆนิดหน่อย แต่the show must go on เลยพร้อมจะลุย

   

 

คุณนายแสนเลิฟปวดห้องน้ำ เลยเข้าห้องน้ำก่อนเข้าพระตำหนัก แต่ด้วยความแก่นเซี้ยวของเธอ เดินท่าไหนไม่รู้ลื่นหกล้ม โชคดีมากที่ขาไม่ได้เป็นอะไร และที่โชคดีกว่านั้นคือกล้องพร้อมเลนส์ราคาหลายหมื่นของเธอไม่เป็นอะไรเลย เราสามคนเสียเวลากับการถ่ายรูป(ที่ไม่มีอะไรเลย) ตรงหน้าห้องน้ำนานมากๆๆๆๆๆ พอเข้าไปในบริเวณพระตำหนักจึงไม่ได้เดินอะไรมากนัก หลายๆที่ที่ควรจะไปดูไปชมก็ไม่ได้ไป อีกอย่างพอเข้าไปในบริเวณแล้ว ก็มัวแต่ถ่ายรูปกันอย่างไม่คิดชีวิตเช่นกันเวลาเดินเที่ยวให้ทั่วจึงไม่ต้องพูดถึง  ว่าไปว่ามาก็เสียดายเหมือนกันนะ เพราะเราคิดว่าที่นี่ไม่น่าจะใช้เวลาเยอะเท่าไหร่ จึงไปนัดเวลากับคนอื่นๆ แค่ประมาณชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เป็นไร

 

   

 

สถานที่สุดท้ายแต่ยังไม่สุดท้ายสำหรับโปรแกรมวันนี้ พระธาตุดอยสุเทพ ตรงนี้เราอยากให้เวลากับพระธาตุมากๆ แต่ดูทรงเพื่อนร่วมทริปชาวต่างชาติเราแล้วไม่ค่อยจะอยากอยู่ที่นี่กันเท่าไหร่นัก เวลาจึงเท่าๆกับที่อื่น เราสามคนยังคงตระเวนเก็บภาพกันอย่างเมามัน แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะไหว้องค์พระธาตุดอยสุเทพเพื่อขอพร ซึ่งแต่ละคนก็ไม่ยอมบอกว่าขออะไรกันบ้าง - -“

 

พอหมดเวลากับพระธาตุดอยสุเทพก็เดินทางกลับ คุยกับคนขับรถว่าจะขอลงที่รูปปั้นครูบาศรีวิชัย เพื่อสักการะทำความเคารพและฝากเนื้อฝากตัวขอพรให้ท่านช่วยดูแลพวกเราตลอดเวลาที่อยู่ที่เชียงใหม่นี้ เราสามคนจึงแยกย้ายกับเพื่อนร่วมทริปชาวต่างชาติกันตรงนี้เอง lucky to see you นะคร้าบบบบ

   

 

 

เย็นย่ำก็ฮัมเพลง เกือบหกโมงแล้ว แสนเลิฟ กับ วินวิน ก็หันมาถามเราว่า กินข้าวที่หนายยย ตามโปรแกรมสุดประหยัดของเราวันนี้ หวยออกไปที่ หลังมอชอ เย้เย้ …. ตอนแรกกะว่าจะโบกรถไป แต่รอไปรอมา นานเกินความจำเป็น คุยกันว่า ถ้ารถแดงสิบบาทจะไปไหน ทุกคนตกลง  จึงโบกรถแดง ด้วยราคาสิบบาทไปหลังมอชอ ตรงประตูคณะศึกษา(ถ้าจำไม่ผิด) เป็นแผงลอยขายอาหาร เยอะมากๆๆๆๆ เหมือนตลาดนัดทั่วไป แต่ราคาอาหารค่อนข้างถูกสุดใจขาดดิ้น ถึงขั้นที่คุณนายของเราเอ่ยปาก อยากให้ไปเปิดร้านแถวๆซอยเพชรบุรีxx ที่เธอยู่

 

ซื้อของเต็มไม้เต็มมือกลับมากินกันที่โรงแรมอย่างเอร็ดอร่อย ด้วยความที่เรากินน้อยจึงอิ่มเร็วกว่าคนอื่นๆ นั่งเล่นเน็ต ทำโน่นนี่ ไปเรื่อยๆ นั่งเม้าท์มอยกันไปสักพักอาบน้ำอาบท่ากันเตรียมตัวเข้านอน แต่ด้วยความที่ยังไม่ดึกเท่าไหร่ จึงชวนเพื่อนๆออกมาเดินชมเมืองเชียงใหม่ยามค่ำคืน แต่ฝนดันตกพรำพรำ เลยไม่มีใครออกมา อ้อออ ลืมบอกไปว่า เค้ามีแข่งตะกร้อลอดห่วงกันด้วยแหระ ตรงประตูท่าแพเลย …. คืนนี้เราเลยออกมาเดินชิวๆคนเดียวแถวๆถนนนิมมานฯ ฝนตกพรำๆ กลับมาถึงห้องเลยรีบกินยาแล้วนอน เพราะพรุ่งนี้ทริปหนักที่สุดในโลกกำลังรออยู่

 

    

 

 

 

ขอบคุณ เพื่อนร่วมทริปดีๆอย่างแสนเลิฟ กะ วินวิน ขอบคุณ KTC สำหรับความสนับสนุน ขอบคุณ IMM Hotel สำหรับที่พักและอาหารเช้า ขอบคุณวินวิน อีกรอบสำหรับรูปสวยๆทั้งหมด ถ้าต้องการดูรูปเพิ่มเติม เข้าไปที่ http://yeramee.multiply.com หรือ http://www.facebook.com/vkopz fb ของผมเอง

 

 

edit @ 31 Aug 2009 00:11:51 by A-R-Z-t : บนทางเดินแห่งความฝันนี้อาจไม่มีพรมแดงปูทาง

edit @ 31 Aug 2009 00:22:47 by A-R-Z-t : บนทางเดินแห่งความฝันนี้อาจไม่มีพรมแดงปูทาง

edit @ 31 Aug 2009 00:26:39 by A-R-Z-t : บนทางเดินแห่งความฝันนี้อาจไม่มีพรมแดงปูทาง

edit @ 31 Aug 2009 00:36:58 by A-R-Z-t : บนทางเดินแห่งความฝันนี้อาจไม่มีพรมแดงปูทาง